แนวทางประสบความสำเร็จแนวคิดจากนักธุรกิจ มาเพื่อ สร้างแรงบันดาลใจ

เส้นทางในการประสบความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน บางคนมาง่าย บางคนมายาก ซึ่งแต่ละคนมีรูปแบบในการเดินทางที่ต่างกัน เรื่องราวของการทำธุรกิจก็เช่นกันกว่านักธุรกิจแต่ละท่านจะประสบผลสำเร็จได้นั้น ทุกคนล้วนเจออุปสรรคด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะลงทุนแล้วล้มเหลวหลายครั้ง การได้รับการยอมรับจากลูกค้า ซึ่งแต่ละอย่างกว่าที่เขาจะได้มายืนในจุดที่สูงสุดทุกวันนี้นั้นค่อนข้างยากไม่ว่าจะเป็น สตีฟ จอบส์, คุณตัน ภาสกรนที,คุณต๊อบ เถ้าแก่น้อย และบิลล์ เกตส์ เป็นต้น ซึ่งในบทความนี้เรามีแนวทางประสบความสำเร็จแนวคิดจากนักธุรกิจ มาเพื่อ สร้างแรงบันดาลใจ มาฝากกัน อย่าเสียเวลากับงานที่คุณไม่ได้รัก เป็นแนวคิดของนัธุรกิจชื่อดัง โดนัล เจ ทรัมป์ ได้กล่าวไว้ว่า “ความรู้สึกรักหรือหลงใหลในสิ่งที่ทำ เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ยาวนาน” หากนำมาเปรียบเทียบกับการทำงานของคนในสมัยนนี้เราสามารถเห็นได้ว่า หลายคนกำลังทำสิ่งที่ตัวเองไม่ได้รักอยู่ทำให้ชีวิตที่กำลังดำเนินไปนั้นมีความน่าเบื่อหน่ายและงานออกมาได้ไม่ดี แต่ในกรณีที่เราพยายามมองหาและลองในสิ่งที่รักแล้วแต่ไม่สามารถนำมาประกอบในการดำรงค์ชีวิตได้ ก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ ให้รักในสิ่งที่กำลังทำอยู่ ฉันจะทำได้อย่างไร เป็นอีกหนึ่งแนวทางประสบความสำเร็จแนวคิดจากนักธุรกิจ คือการตั้งมาตรฐานให้สูงเอาไว้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามในโลกธุรกิจหรือโลกความเป็นจริงทั่วไป เราควรที่จะตั้งมาตรฐานตัวเองไว้ให้สูงที่สุด และพยายามเดินไปให้ถึงจุดหมาย ถึงแม้ว่าบางครั้งเราได้พยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ ก็จงมั่นใจว่าฉันก็พยายามแล้ว มีนักธุรกิจในโลกนี้หลายท่านที่เคยลองผิดลองถูกและวางมาตรฐานตัวเองเอาไว้ค่อนข้างสูง และเมื่อวันหนึ่งที่เขาทำได้ธุรกิจของเขาก็เดินหน้าต่อไป และมีผู้คนมากมายกล่าวขานถึงเรื่องราวของเขา หมั่นหาความรู้ทุกครั้งที่มีโอกาส ในโลกธุรกิจไม่มีใครที่อยากจะคุยกับคนที่ไม่มีความรู้ ดังนั้นถึง แม้ว่าเราเองจะไม่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องที่ทำ สิ่งที่ทำให้เราก้าวต่อไปได้คือการศึกษาหาความรู้มาใส่ตัว อาจจะเป็นการถามผู้รู้ ฝึกอบรมเพิ่มในสิ่งที่ตนเองยังรู้ไม่หมด การเริ่มต้นแบบนี้จะทำให้คุณกลายเป็นคนเก่งขึ้นมาได้ในที่สุด ทำงานกับคนที่คุณชอบ […]

สร้างแรงบันดาลใจได้ไม่แพ้กัน นั่นคือการชมภาพยนตร์

แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจถือเป็นสิ่งสำคัญมากในสภาวะเศรษฐกิจดิ่งต่ำอย่างต่อเนื่องและยังไม่อาจเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลยแม้แต่น้อย หลายคนท้อแท้หมดหวัง ขาดกำลังใจ เบื่อหน่ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะผ่านจุดต่ำสุดของวิกฤติการเงินนี้ไปได้ บางคนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัวมีหนี้สินมากมายจากทำธุรกิจที่ล้มเหลว ซึ่งสุดท้ายแล้วอะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิด แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากให้รักษาให้ดีคือกำลังใจ สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หลายคนมีกำลังใจดีพร้อมลุกขึ้นสู้ในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง แต่มักมีปัญหาในใจตามมาอีกอย่างว่าจะทำอะไรดีต่อไปดี การสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นจึงสำคัญมาก เพราะสามารถช่วยกระตุ้นและสร้างไอเดียให้เกิดขึ้นได้พร้อมกัน หลายคนใช้การท่องเที่ยวเพื่อสร้างไอเดียให้เกิดขึ้นโดยหาแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ได้พบเห็นตามสองข้างทางที่ได้พบเห็นที่ได้ไปเยือน บางคนอ่านหนังสือเพื่อหาแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ แต่ยังมีอีกสิ่งที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ไม่แพ้กัน นั่นคือการชมภาพยนตร์ การชมภาพยนตร์นั้นถือว่าเป็นการสร้างแรงบันดาลใจได้ดีที่สุดวิธีหนึ่งเลยทีเดียว การชมภาพยนตร์นั้นนอกจากให้สาระ ความรู้และข้อคิดแล้ว บางครั้งยังช่วยเปิดมุมมองด้านต่างๆ ที่เราอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน นอกเหนือจากนี้นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คนยังชมภาพยนตร์เพื่อสร้างมุมมองและแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจอีกด้วย Jerry Maguire เจอร์รี่ แมไกวร์ ภาพยนตร์เีรื่องนี้ออกฉายเมื่อ ค.ศ.1996 เรื่องราวพูดถึงตัวเอกเรื่องเจอร์รี่ แมไกวร์ (รับบทโดยทอม ครูซ) ซึ่งเป็นตัวแทนนักกีฬาชื่อดังหลายคนประจำบริษัทเอเจนซี่หนึ่ง เขามีหน้าที่การงานใหญ่โตและอนาคตรุ่งเรือง มีเงินมากมาย ทุกอย่างดูเหมือนจะลงตัวสำหรับเขา จนคืนหนึ่งเขานอนหลับและฝันว่าอาจารย์ที่เคยสอนตอนมหาวิทยาลัยมาเข้าฝันและบอกให้เขาทำสิ่งถูกต้องมากกว่าจะทำเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว เขาสะดุ้งตื่นขึ้น แล้วรีบเขียนหนังสือตลอดทั้งคืนเกี่ยวกับ ข้อความพันธกิจ (Mission Statement) โดยเสนอให้บริษัทลดจำนวนนักกีฬาที่ดูแลเพื่อเน้นความใกล้ชิดระหว่างนักกีฬาผู้เป็นลูกค้ากับตัวแทนนั่นก็คือบริษัท เขาทำสำเนาแจกทุกคนในบริษัท และทุกคนก็ชื่นชมแนวความคิดของเขา แต่เขากลับถูกไล่ออกทันที เขาจึงออกมาตั้งธุรกิจเองโดยมีนักกีฬาเพียงคนเดียว เขาก็เริ่มดำเนินกิจการการตามอุดมการณ์ที่ได้วางไว้ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีมุมมองและแรงบันดาลใจมากมายเรื่องการดำเนินธุรกิจ การไม่ควรเห็นคุณค่าของเงินมากกว่าอุดมการณ์ในการดูแลนักกีฬา สอนให้รู้จักการใช้หัวใจในการทำงาน นึกถึงใจเขาใจเรา ความสำเร็จไม่ได้เป็นคำตอบของชีวิตเสมอไป และการพร้อมเริ่มต้นใหม่เสมอ […]

วิธีสร้างแรงกระตุ้นหรือแรงบันนดาลใจในการทำงาน

หลายคนพยายามเปลี่ยนแปลงการทำงาน เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้ชีวิตแต่ก็ตกม้าตายเพราะท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีพลังมากพอที่จะทำให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ใช่ว่าคนคนนั้นไม่มีเป้าหมายค่ะ แต่ระหว่างทางที่จะไปให้ถึงเป้านั้นเราเกิดท้อ สูญเสียตัวเอง และหมดไฟกันไปก่อน วันนี้เรามี 5 วิธีสร้างแรงกระตุ้นในการทำงานมาฝากค่ะ และเชื่อว่าน่าจะเป็นวิธีที่ทำให้เราตื่นตัวได้ตลอดปี สร้างอารมณ์ – ว่ากันว่าเหตุผลกับอารมณ์เป็นเรื่องที่ขัดกันเสมอ ดังนั้นปีนี้เราต้องทำให้มันคู่กันให้ได้ด้วยการสร้างอารมณ์เชิงบวกให้ตัวเองก่อนค่ะ เช่น ตั้งเป้าว่าปีนี้จะมองโลกในแง่ดี แล้วก็เดินหน้าทำตามเป้าอารมณ์นั้นให้ได้ สร้างปณิธานส่วนตัว – ข้อนี้จำเป็นมากค่ะเพราะเราควรจะมีปณิธานหรือสิ่งที่ย้ำเตือนความตั้งใจไว้เสมอ เช่น ฉันสวย ฉันเก่ง ฉันทำได้ทุกอย่าง ฉันเดินหน้าสู้แล้วจะไม่ถอย ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้ ฉันมีค่าและคู่ควรกับทุกอย่างที่ฉันจะได้รับ สร้างบทสมมติ – เลี่ยงไม่ได้ค่ะที่บางครั้งเราจะรู้สึกท้อ เหนื่อย หรือรู้สึกกำลังล้มเหลว แต่ให้ลองแกล้งทำ แกล้งรู้สึกว่าเรากำลังจะประสบความสำเร็จแล้ว เราใกล้ถึงเป้าหมายแล้ว จะเป็นการกระตุ้นให้เราตื่นตัวและสู้ได้อีกครั้ง สร้างเสียงหัวเราะ – ถ้างานไม่เป็นไปในทิศทางที่หวัง หรือมีอุปสรรคมาขวางตรงหน้า เอาการมองโลกในแง่ดีและอารมณ์ขันเข้ามาช่วยค่ะ หามุมตลกๆ ของสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้วหัวเราะออกมาบ้าง หรือยิ้มนิดๆ ก็ยังดี เสียงหัวเราะจะช่วยกระตุ้นให้เรามีพลังต่อ รื้อฟื้นทุกความเข้มแข็งและความสำเร็จ – เชื่อเถอะค่ะว่าเราทุกคนมีความเข้มแข็งในตัวเองและต้องเคยประสบความสำเร็จกับงานบางอย่างมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย ทันทีที่รู้สึกหมดกำลังใจ แรงเฉื่อยเริ่มมากจนท้อ ลองมองกลับไปที่ความสำเร็จที่เคยผ่านมาค่ะ แล้วคุณจะพบกับความเข้มแข็งที่จะทำให้รู้สึกว่าเราเคยทำได้แล้ว ครั้งนี้เราก็ต้องทำได้ ซึ่งนั่นจะทำให้คุณรวมข้อ […]

สร้างแรงบันดาลใจให้ประสบความสำเร็จ

หากการมีชีวิตในแบบที่คุณต้องการเปรียบเสมือนการสร้างบ้านในฝัน ความเชื่อก็เปรียบเสมือนเสาเข็มของบ้านหลังนี้ เมื่อบ้านที่ดีต้องการเสาเข็มที่ดีและแข็งแรงเช่นไร การมีชีวิตในแบบที่คุณต้องการก็ต้องการความเชื่อที่ดีและทรงพลังเช่นเดียวกัน การพัฒนาความเชื่อจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจเพื่อดึงพลังมหาศาลที่มีอยู่ในตัวคุณออกมาใช้สร้างและควบคุมชะตาชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ แทนการปล่อยตัวเองไปวันๆ ไหลไปตามกระแสโลก 1. คุณคือผู้สร้างและผู้ควบคุมทัศนคติที่คุณมีด้วยตัวเอง คุณไม่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ แต่คุณควบคุมตัวเองได้ว่าจะคิดหรือตอบสนองอย่างไรกับทุกสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น คุณไม่สามารถควบคุมคนอื่นๆ และสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกได้ แต่คุณสามารถควบคุมทัศนคติที่คุณมีต่อสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วปรับปรุงตัวเองไปในทิศทางที่ช่วยให้คุณมีชีวิตตามที่ต้องการได้ 2. ชีวิตของคุณในวันนี้เกิดจากทางเลือกที่คุณเลือกเอง ทุกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวคุณไม่ว่าดีหรือร้าย ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว จนกลายเป็นชีวิตคุณที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดจากสภาพแวดล้อมเป็นผู้กำหนด แต่เกิดจากทางเลือกที่คุณเป็นคนเลือกเอง คุณคือต้นเหตุของทุกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หากคุณต้องการสร้างชีวิตในฝัน เลิกบ่นและเลิกกล่าวโทษคนอื่นแล้วหันมารับผิดชอบชีวิตของตัวเอง 100% 3. คุณสามารถพา Passion ที่มีติดตัวไปยังทุกที่ที่คุณไป การมี Passion กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหมายถึงการหลงไหล ชอบ รักในสิ่งนั้น ซึ่งจะช่วยให้คุณทำสิ่งเหล่านั้นอย่างเต็มที่และมีความสุข แต่ถ้าคุณพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่เต็มไปด้วย Passion แล้วไม่ว่าคุณจะทำอะไรหรือจะไปที่ไหน จะทำให้คุณเป็นคนที่เต็มไปด้วยพลัง ความกระตือรือล้น ความมีชีวิตชีวา และความสุข เพื่อการมีชีวิตในแบบที่คุณต้องการให้กับทุกวันและกับทุกคนที่อยู่รอบตัวคุณ 4. คุณมีโอกาสที่สามารถทดลองสิ่งใหม่อยู่เสมอ โลกในทุกวันนี้เต็มไปด้วยโอกาสมากมาย หากคุณไม่ชอบงานที่ทำอยู่คุณก็สามารถหางานใหม่ได้ หากคุณไม่ชอบที่ที่คุณอยู่คุณก็สามารถย้ายได้ เพียงคุณรู้จักการพัฒนาความสามารถของและคุณค่าของตัวเองอย่างต่อเนื่อง บอกตัวเองเสมอว่าคุณมีโอกาสและความสามารถที่จะทำทุกสิ่งที่ตัวเองต้องการ 5. เมื่อต้องการอะไร คุณสามารถมองเห็นหนทางที่จะทำมันให้ประสบความสำเร็จได้เสมอ คนทั่วไปอาจมองเห็นแล้วจึงเชื่อ […]

การตัดสินใจ

for-inspiration

จากประเด็นที่เป็นที่พูดถึงกันพอสมควรในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆในตอนนี้เกี่ยวกับการแอดมิชชั่น หากคุณได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับเรื่องการแอดมิชชั่นในช่วงนี้แล้วคุณคงจะต้องเจอกับข่าวเกี่ยวกับน้องปราง ศิรดา ไตรตรึงษ์ทัศนาผู้ได้คะแนนแอดมิชชั่นมาเป็นอันดับที่ 1 ในปีนี้อย่างแน่นอน นอกจากเรื่องเลกเชอร์โน๊ตที่เป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นระเบียบ อ่านง่าย เก็บตกประเด็นได้อย่างครบถ้วนแล้วนั้น อีกเรื่องที่คนพูดถึงกันก็คือการที่อันดับหนึ่งอย่างน้องปราง เลือกสมัครเข้าศึกษาต่อในคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์พอสมควรเลยว่าเด็กเก่งขนาดนี้ทำไม่เรียนต่อคณะแพทย์ศาสตร์ อีกทั้งคุณพ่อคุณแม่ของน้องปรางซึ่งเป็นเป็นแพทย์ทั้งคู่ยังสนับสนุนให้ลูกได้เลือกทางของตนเอง ไม่ได้ทัดทานการตัดสินของลูกสาวแต่อย่างใด